INSIGHT IELTS Tips: ทักษะการอ่าน 3

โดย Paul Snowdon จาก Insight English

ทุกสิ่งอย่างที่ควรรู้สำหรับการสอบทักษะการอ่าน

ในบทความที่ผ่านมาเราเจาะเนื้อหาเฉพาะการฝึกทักษะการอ่านที่ไม่ได้ใช้เพียงแค่การสอบ IELTS เท่านั้นหากคุณยังสามารถใช้ทักษะการอ่านแบบจับใจความและการมองหาคำตอบกับการเรียนของคุณได้อีกด้วย ในบทความถัดไปเราจะเริ่มเจาะไปที่ทักษะที่จำเป็นในการสำหรับคุณในการตอบคำถามประเภทต่างๆ แต่คราวนี้ผมจะให้ข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อการเตรียมสอบ

ก่อนที่คุณจะสอบทุกครั้ง คุณจะต้องมีการเตรียมตัวอย่างดี หากคุณมีข้อมูลมากเท่าใดก็ยิ่งทำให้ทำข้อสอบได้ง่ายขึ้น ในการสอบ IELTS ก็ไม่ต่างกัน แต่ข้อสอบทักษะอ่านอาจจะไม่เหมือนข้อสอบทั่วๆไปอยู่สักหน่อย

ในขณะที่จุดประสงค์ของข้อสอบส่วนใหญ่คือการทดสอบความรู้ในเรื่องเฉพาะเจาะจง ดังนั้นคุณจึงสามารถเตรียมตัวทบทวนความรู้ในหัวข้อนั้นๆจากหนังสือหรือสมุดจดของคุณได้

แต่ทว่าในการสอบการอ่านของ IELTS นี้แตกต่างออกไปดังนั้นการเตรียมตัวทบทวนความรู้ของคุณจึงต้องต่างออกไปด้วย ในการเริ่มต้นมันไม่สำคัญเลยที่คุณจะต้องรู้หัวข้อทั้งหมดในข้อสอบ

ในการสอบ IELTS คุณจะถูกทดสอบความสามารถในการอ่านมากกว่าความรู้ของคุณในหัวข้อเหล่านั้น ดังนั้นการเตรียมอ่านเฉพาะหัวข้อหรือเนื้อหาจึงไม่ใช่ส่วนสลักสำคัญเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าข้อสอบส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมหรือวิทยาศาสตร์แต่เนื้อหาก็กว้างเกินกว่าจะคาดเดาได้ว่าเป็นเรื่องอะไร

ทีนี้เราจะเตรียมตัวอย่างไรดี? การเริ่มต้นที่ดีคือการฝึกทักษะการอ่านจับใจความและการมองหาคำตอบในเนื้อหาอย่างที่เราได้กล่าวไปในบทความก่อนหน้านี้ การฝึกเทคนิคนี้ให้ความสำคัญไปที่ทักษะของการอ่านมากกว่าเนื้อหาที่เราต้องอ่านนั้นๆ

ในลำดับต่อไปคือกลเม็ดในการตอบคำถามแต่ละประเภท และเราจะมาดูกันในบทความต่อๆไป

สำหรับบทความในวันนี้เราจะจบด้วยข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นต่อการสอบทักษะการอ่านใน IELTS

  • ระยะเวลาในการสอบทักษะการอ่าน?

การสอบทักษะการอ่านใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 60 นาที

  • เนื้อหาที่ต้องอ่านถูกแบ่งเป็นกี่บท?

เนื้อหาที่ต้องอ่านในข้อสอบจะแบ่งเป็น 3 บท และคุณควรจะใช้เวลาในการอ่านและตอบคำถามบทละ 20 นาที

  • ในแต่ละบทมีเนื้อหาประมาณกี่คำ?

ในแต่ละบทมีเนื้อหาประมาณ 700 – 900 คำ

  • มีกี่คำถาม?

ในข้อสอบมีทั้งหมด 40 คำถาม แต่ละบทแบ่งเป็น 13-14 คำถาม โดยถูกจัดเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3-5 คำถาม

  • ควรเขียนคำตอบลงที่ใด?

ในการข้อสอบคุณจะได้รับการแจกกระดาษคำตอบทั้งหมด 40 ข้อเรียงตามลำดับเลข โปรดตรวจสอบให้ดีเราเขียนคำตอบทั้งหมดลงในกระดาษคำตอบไม่ใช่ในชุดข้อสอบ

สำหรับผู้สนใจสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สเตรียมสอบ IELTS สามารถติดต่อสถาบัน Insight English ได้ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ 8.30 – 21.10 น. และเสาร์-อาทิตย์ 8.30-19.00 น. ได้ที่ชั้น 3 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์ ถ.สีลมค่ะ

Insight English
ชั้น 3 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์
313 ถ.สีลม บางรัก
กรุงเทพฯ 10500
Tel: +66 (0)2 638 3311-3
Fax: +66 (0)2 638 3314
Email: info@insightenglish.com

  • Print
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
Posted in ก่อนสมัครเรียน, ข้อมูลอื่นๆ, ช่วงตัดสินใจเลือกสถานที่เรียน | Tagged , , , , , , , , , , , , , | Leave a comment

การเตรียมตัวก่อนการเดินทาง

รวบรวมและเรียบเรียงโดย ทีมงานที่ปรึกษาของ Hands On Education

ในที่สุดเราก็มาถึงช่วงเวลาแห่งการเตรียมตัวก่อนออกเดินทางแล้วนะคะหลังจากที่ผ่านมรสุมของการสมัครเรียนเลือกที่เรียนในช่วงต้นปี การเตรียมตัวก่อนออกเดินทางจะไล่เรียงตั้งแต่การตอบรับ offer ของทางมหาวิทยาลัย การสมัครเรียนหลักสูตรปรับพื้นฐาน (Pre-sessional) การยื่นขอวีซ่า จนไปถึงการเก็บกระเป๋าเตรียมสิ่งของจำเป็นสำหรับการเดินทางค่ะ

ขั้นตอนการตอบรับ offer

ก่อนที่เราจะขอวีซ่านักเรียน เราต้องตอบรับ offer ของทางมหาวิทยาลัยโดยกรอกแบบฟอร์มตอบรับหรือทำการตอบรับ online จากนั้นชำระค่ามัดจำหลักสูตร หากน้องๆคนใดต้องไปเรียนหลักสูตรปรับพื้นฐานนั้นต้องชำระค่ามัดจำในส่วนของหลักสูตรนี้ด้วยค่ะ หลังจากนั้นทางมหาวิทยาลัยจะส่งใบรับรอง CAS เพื่อใช้ในการยื่นขอวีซ่ามาให้ ใบรับรองนี้จะอยู่ในรูปแบบอิเล็คโทรนิกส์ มหาวิทยาลัยจะออกใบรับรอง CAS นี้ให้ก็ต่อเมื่อนักเรียนได้ชำระมัดจำแล้วเท่านั้น ดังนั้นเพื่อความรวดเร็วในการดำเนินเรื่องเอกสารแนะนำให้ชำระค่ามัดจำผ่านบัตรเครดิตหรือการโอนเงินผ่านธนาคารซึ่งรวดเร็วและปลอดภัยค่ะ

การเลือกที่พัก

ตอบรับแล้วเราก็ต้องเลือกที่พัก น้องๆสามารถเลือกที่พักในมหาวิทยาลัยได้ซึ่งเป็นทางเลือกยอดนิยมเพราะได้มาตรฐานและประหยัดค่าใช้จ่าย ทางมหาวิทยาลัยจะให้นักเรียนเข้าไปจองที่พัก online วางมัดจำที่พักอีกทีหนึ่งค่ะ หรือในกรณีที่น้องๆบางคนอยากเลือกอยู่หอพักนอกมหาวิทยาลัยก็มีหอพักเอกชนอย่างเช่น UNITE เป็นทางเลือกที่นิยมกันมากอีกทางหนึ่ง

ขั้นตอนการยื่นขอวีซ่านักเรียนประเภท Tier 4

การยื่นขอวีซ่านักเรียน ณ พ.ศ.นี้เปลี่ยนแปลงไปมากจากตอนที่ผู้เขียนไปเป็นนักเรียนอยู่มากพอสมควร เอาเป็นว่าเราเข้าเรื่องเลยดีกว่าค่ะ สำหรับน้องๆที่ไปศึกษาต่อหลักสูตรประเภทของวีซ่านักเรียนต้องยื่นขอเป็น Tier 4 ค่ะ

เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นขอวีซ่ามีดังนี้

  1. ใบสมัครยื่นขอวีซ่านักเรียนประเภท Tier 4 น้องๆสามารถกรอกใบสมัครนี้ได้ทาง online ผ่าน website ของ UKBA ค่ะ
  2. Appendix 8
  3. CAS Statement สำเนาใบตอบรับเข้าศึกษาแบบอิเล็คโทรนิกส์
  4. ATAS Certificate ในกรณีที่เข้าศึกษาต่อบางหลักสูตรในกลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะต้องสมัครใบรับรอง ATAS โดยมากหากเป็นหลักสูตรที่ต้องใช้ใบรับรองนี้ ทางมหาวิทยาลัยจะส่ง link ให้คุณเข้าไปทำการสมัครใบรับรองนี้ในตัวเอกสาร offer ค่ะ
  5. จดหมายรับรองการเงินจากธนาคาร Bank Letter / Bank Statement จดหมายรับรองอย่างเป็นทางการจากธนาคารยืนยันว่าเรามีทุนทรัพย์เพียงพอสำหรับการศึกษาของเรา จำนวนเงินที่ว่านี้จะต้องสอดคล้องกับค่าเล่าเรียนทั้งหมดรวมถึงหลักสูตรปรับพื้นฐาน ค่าครองชีพสูงสุด 9 เดือนแรกของหลักสูตร (เดือนละ 800 ปอนด์สำหรับนอกลอนดอน และ 1,000 ปอนด์สำหรับในลอนดอน) จำนวนเงินทั้งหมดนี้จะต้องมีอยู่ในบัญชีอย่างน้อย 28 วันก่อนยื่นขอวีซ่า และควรออกจดหมายเพียงไม่กี่วันในการยื่นขอวีซ่าค่ะ
  6. จดหมายรับรองจากผู้ปกครองและสูติบัตร ในกรณีที่คุณพ่อคุณแม่เป็นเจ้าของบัญชี น้องๆจะต้องมีจดหมายรับรองจากผู้ปกครองว่าเป็นผู้สนับสนุนค่าเล่าเรียนให้กับน้องและต้องยื่นใบแปลสูติบัตรเป็นภาษาอังกฤษพร้อมสำเนาสูติบัตรยืนยันสถานะการเป็นบุตรธิดาด้วยค่ะ
  7. ผลตรวจวัณโรค IOM Certificate มีผล 6 เดือน
  8. รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 35mm x 45mm ถ่ายบนพื้นสีขาว
  9. หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานเหลือเกินระยะเวลาของหลักสูตร หรือให้เหลือประมาณ 15 เดือนขึ้นไป พร้อมสำเนา
  10. สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชน
  11. ค่าธรรมเนียมขอวีซ่าจำนวน 13,708 บาท ซื้อเป็นแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายในนาม British Embassy Bangkok

การยื่นคำร้องขอวีซ่าจะต้องทำการนัดหมายล่วงหน้า และตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2556 เป็นต้นไปผู้ที่สมัครวีซ่านักเรียน Tier 4 ทุกคนจะต้องทำการสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่ในวันยื่นคำร้องขอวีซ่า ณ ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (UK Visa Application Centre)

การตรวจวัณโรคและขอใบรับรองผล IOM Certificate

โดยปกติขั้นตอนการตรวจ IOM และรับผลจะใช้เวลาเพียง 1 วัน และมีผล 6 เดือน แต่หากน้องๆคนไหนที่มีปัญหาจากการเอ๊กซเรย์หน้าอกจะต้องตรวจเสมหะเพิ่มเติมใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน ในบางรายอาจจะต้องใช้เวลาในการตรวจเพาะเชื้อถึง 8 สัปดาห์ ดังนั้นน้องๆที่ทำเรื่องตอบรับเข้าศึกษาไปแล้ว ขอแนะนำให้ตรวจ IOM ให้เร็วที่สุดค่ะ เพื่อป้องกันความล่าช้าในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดคิดเช่นนี้

การตรวจวัณโรคน้องๆจะต้องติดต่อขอยื่นตรวจกับองค์กรนานาชาติเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (International Organisation for Migration – IOM) ได้ที่

  • 120 อาคารเกษมกิจ ชั้น 8
  • ถ.สีลม บางรัก กรุงเทพฯ 10500
  • โทร: 02-234-7950-5
  • Fax: 02-234-7956
  • E-mail: bkk.tbdp.uk@iom.int

IOM เปิดทำการทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.00 – 17.00 น. (ยกเว้นวันหยุดขององค์กรนานาชาติเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน) น้องสามารถทำการนัดหมายล่วงหน้าและลงทะเบียนที่องค์กรนานาชาติเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน หลังจากลงทะเบียนกับทางองค์กรแล้วน้องๆสามารถเลือกไปเอ๊กซเรย์ปอดที่โรงพยาบาล 3 แห่งนี้ค่ะ คือ โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และโรงพยาบาลพญาไท 2

เอกสารประกอบการตรวจได้แก่

  1. หนังสือเดินทางฉบับจริงซึ่งมีอายุใช้งานเกินกว่า 6 เดือน พร้อมสำเนา 1 ชุด
  2. บัตรประชาชนจริงพร้อมสำเนา 1 ชุด
  3. รูปถ่ายสีหน้าตรง 2 รูป ขนาด 1.5” x 2”
  4. ใบรับรองการตั้งครรภ์หรือสมุดฝากครรภ์ในกรณีที่ตั้งครรภ์
  5. ค่าธรรมเนียมการตรวจ 3,300 บาท สามารถชำระเป็นเงินสด

การเปิดบัญชีธนาคารในสหราชอาณาจักร

นักเรียนส่วนมากที่ไปเรียนจะขอให้ทางธนาคารไทยออกจดหมายแนะนำเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการเปิดบัญชีในสหราชอาณาจักร หรืออีกทางเลือกหนึ่งน้องๆสามารถเลือกบริการเปิดบัญชีแบบพิเศษจากธนาคารกสิกรไทยหรือ HSBC ที่สามารถให้น้องเชื่อมโยงกับธนาคารพันธมิตรในสหราชอาณาจักรได้

เอกสารที่ใช้ในการเปิดบัญชีในสหราชอาณาจักร

  • หนังสือเดินทางที่มีวีซ่านักเรียน
  • จดหมายจากมหาวิทยาลัยแสดงสถานะนักเรียน (ออกโดยภาควิชาหรือศูนย์ภาษาสำหรับหลักสูตรปรับพื้นฐาน)
  • หลักฐานแสดงที่อยู่ในสหราชอาณาจักรและในประเทศไทย เช่น หนังสือสัญญาหอพัก และจดหมายที่ส่งถึงที่อยู่ในประเทศไทยด้วย)
  • เงินฝากขั้นต่ำ
  • นักเรียนบางคนมีจดหมายแนะนำที่ออกให้จากธนาคารในประเทศไทยไปด้วย

ประกันภัยและประกันสุขภาพ

สำหรับน้องๆที่เดินทางไปศึกษาต่อในสหราชอาณาจักรในหลักสูตรเกิน 6 เดือน น้องๆสามารถมีสิทธิรับการตรวจรักษาฟรีกับหน่วยบริการสุขภาพแห่งชาติ NHS ทั้งนี้ประกันสุขภาพนี้ไม่รวมช่วงเวลาที่เราเรียนหลักสูตรปรับพื้นฐานค่ะ น้องๆสามารถเลือกซื้อประกันระยะสั้นได้จากตัวแทนในสหราชอาณาจักรอย่างบริษัท Endsleigh หรือจะจากตัวแทนในเมืองไทยก็ได้ค่ะ

การตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีน

หากมีเวลาน้องๆควรไปตรวจสุขภาพหรือฉีดวัคซีนที่จำเป็นก่อนการเดินทาง หรือในกรณีที่มีโรคประจำตัวและต้องนำยาพกติดตัวไปให้ขอให้แพทย์ประจำตัวออกจดหมายรับรองตัวยา หรือให้จัดหายาที่มีฉลากอธิบายว่าเป็นตัวยาอะไรไปด้วยค่ะ

ในกรณีพิเศษสำหรับคนที่เคยเดินทางไปประเทศที่มีประวัติการติดต่อของโรคไข้เหลือง เช่น ทวีปอัฟริกา หรือทวีปอเมริกาใต้ น้องๆอาจจะต้องแสดงเอกสารยืนยันว่าเราได้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้เหลืองแล้วดังนั้นให้นำใบรับรองการฉีดวัคซีนนั้นติดตัวไปด้วย (ใบเหลือง)

สนามบินท้องถิ่น

รายชื่อสนามบินท้องถิ่นในสหราชอาณาจักรมีดังนี้

การจัดกระเป๋า – สิ่งสำคัญที่ควรพกติดตัว

  • หนังสือเดินทางที่มีวีซ่าเข้าประเทศ
  • ตั๋วเดินทาง
  • จดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัย (ถ้ามีฉบับจริง)
  • หลักฐานการศึกษาฉบับจริง
  • หลักฐานการเงินฉบับจริง Bank Letter
  • IOM Certificate
  • ที่อยู่โดยละเอียดของที่พัก
  • แว่นตา
  • บัตรเครดิต ATM หรือเดบิตที่สามารถกดเงินสดในต่างประเทศได้
  • เงินสดจำนวนหนึ่ง ไม่ต้องเยอะมาก เอาพอที่เราจะใช้ในช่วง 2-3 วันแรกของการเดินทาง
  • รายละเอียดติดต่อกับที่พักและมหาวิทยาลัย
  • คอมพิวเตอร์ Laptop หรือจะหาซื้อใหม่เมื่อไปถึงก็ได้ค่ะ
  • อุปกรณ์แปลงปลั๊กไฟ
  • เสื้อผ้าที่สวมใส่ได้หลายโอกาสและสำหรับอากาศหนาว
  • ประวัติภูมิคุ้มกันและการฉีดวัคซีนเป็นภาษาอังกฤษ
  • ยาตามแพทย์สั่ง
  • ในกรณีที่เคยเดินทางไปประเทศที่มีประวัติไข้เหลือง เช่น ทวีปอัฟริกา หรือทวีปอเมริกาใต้ ให้นำใบรับรองการฉีดวัคซีนติดตัวไปด้วย (ใบเหลือง)

ข้อแนะนำเกี่ยวกับการจัดกระเป๋า

  • เขียนชื่อที่อยู่ทั้งที่บ้านและที่ในสหราชอาณาจักรลงบนป้ายแท็กติดกระเป๋าเดินทาง แปะเทปสีติดกระเป๋าเดินทางทำสัญลักษณ์ไว้
  • ใช้สายรัดหรือเชือกคาดกระเป๋าในกรณีที่ล็อกเกิดเสีย
  • ตรวจสอบระเบียบของสายการบินเกี่ยวกับน้ำหนัก ขนาดและจำนวนสัมภาระ
  • ในกระเป๋าติดตัวให้จัดเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยน เครื่องใช้ในห้องน้ำ ของมีค่า เอกสารสำคัญต่างๆ ยาประจำตัว

การเดินทางจากสนามบิน

หากเมืองที่น้องๆไปอยู่ไม่มีสนามบิน ให้น้องๆบินไปลงเมืองที่ใกล้ที่สุดเพื่อจะต่อรถโค้ชหรือรถไฟเดินทางไปยังที่หมาย ในแต่ละสนามบินตามหัวเมืองสำคัญจะมีท่ารถโค้ชและสถานีรถไฟให้บริการไปตามเมืองต่างๆในละแวกนั้น ทั้งนี้น้องๆสามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ Information Service ในสนามบินได้ค่ะ บริษัทรถโค้ชที่ให้บริการในอังกฤษคือ National Express ค่ะ และรถไฟคือ National Rail ค่ะ

การปฐมนิเทศและการลงทะเบียน

หรือที่เรียกว่า Orientation programme เป็นการแนะนำนักศึกษาใหม่เกี่ยวกับการลงทะเบียนเรียน ใช้ห้องสมุด ห้องเรียน แนะนำเพื่อนใหม่ เปิดบัญชี ลงทะเบียนตรวจสุขภาพกับ NHS ฯลฯ แนะนำว่าน้องๆไม่ควรพลาดค่ะ

โทรศัพท์

ในสหราชอาณาจักรมีเครือข่ายโทรศัพท์เป็นทั้งแบบรายเดือนและเติมเงินค่ะ

การทำงานในสหราชอาณาจักร

สำหรับนักเรียนต่างชาติน้องๆสามารถทำงาน part-time ได้ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ค่ะ

คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครืื่องใช้ไฟฟ้า

คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครืื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยบางอย่างมีราคาที่ถูกกว่าในสหราชอาณาจักร เช่น adaptor ถึงกระนั้น ณ เวลาที่นำเข้าไปให้นำใบเสร็จติดตัวไปด้วยเพื่อแสดงแหล่งที่ซื้อและต้องนำไปเพื่อใช้ส่วนตัวเท่านั้น ทั้งนี้รวมถึง DVD ภาพยนตร์ และ software ต่างๆที่นำไปควรเป็นของลิขสิทธิ์ค่ะ

ความสับสนในวัฒนธรรมที่ไม่คุ้นเคย Culture Shock

เมื่อเดินทางไปต่างถิ่น หลายคนประสบกับความสับสนในวัฒนธรรมที่ไม่คุ้นเคย ทั้งนี้เป็นเรื่องธรรมดามากค่ะที่ต้องมีการปรับตัวกันพอสมควร แรกๆเราจึงสับสนทดท้อได้ง่าย อย่างไรก็ตามผลกระทบนี้จะอยู่เพียงไม่กี่สัปดาห์ ขอให้น้องๆอดทนเข้าไว้ เมื่อเราปรับตัวได้เราจะสนุกกับการเรียนและการใช้ชีวิตที่นั่นมากขึ้นค่ะ หากน้องๆอยากศึกษาหาข้อมูลเพื่อเตรียมตัวเรื่องนี้ UKCISA มีเอกสารแนะนำเรื่อง “นักเรียนต่างชาติกับความสับสนในวัฒนธรรมที่ไม่คุ้นเคย

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงคำแนะนำคร่าวๆสำหรับการเตรียมตัวเดินทางนะคะ หากน้องๆอยากทราบข้อมูลในรายละเอียดต่างๆ ทางบริษัท Hands On ได้จัดบรรยายเรื่องการเตรียมตัวก่อนการเดินทางในเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมของทุกปี นอกจากนี้ทางมหาวิทยาลัยหลายแห่งได้ส่งผู้แทนมายังกรุงเทพฯในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมของทุกปีเพื่อจัดบรรยาย “คำแนะนำก่อนการเดินทาง” ซึ่งเปิดโอกาสให้น้องๆได้ซักถามและพบปะเพื่อนนักเรียนที่จะเดินทางไปศึกษาที่เดียวกัน Hands On จะประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ทราบผ่านทาง website ของ Hands On ค่ะ

ท้ายที่สุดนี้ทางทีมงาน Hands On ขออวยพรให้น้องๆพี่ๆเพื่อนๆทุกคนโชคดีกับการศึกษาต่อในสหราชอาณาจักรและขอให้ประสบการณ์ในต่างประเทศคราวนี้เป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าและน่าจะจดจำนะคะ

Links ที่เป็นประโยชน์

ข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้เป็นเพียงคำแนะนำในการตอบรับเข้าศึกษาและการเตรียมตัวเพื่อไปศึกษาในสหราชอาณาจักร และควรใช้ควบคู่ไปกับข้อมูลฉบับทางการของมหาวิทยาลัยที่คุณเลือก เราได้ตรวจสอบอย่างดีเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่มีนั้นถูกต้อง แต่กฏระเบียบต่างๆบางข้ออาจมีการเปลี่ยนแปลง เป็นความรับผิดชอบของคุณที่ต้องตรวจสอบรายละเอียดของข้อมูลกับแหล่งข้อมูลของทางการ บริษัท Hands On จะไม่ขอรับผิดชอบต่อข้อผิดพลาดหรือการกระทำที่เกิดขึ้นจากข้อมูลที่ระบุในนี้ และบริษัท  Hands On ไม่ขอรับผิดชอบต่อเนื้อหาของ Links ต่างๆภายนอก
  • Print
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
Posted in ข้อมูลประเทศอังกฤษ, ข้อมูลอื่นๆ, เตรียมตัวก่อนออกเดินทาง | Tagged , , , , , | Leave a comment

INSIGHT IELTS TIPS: ทักษะการเขียน 2

โดย Paul Snowdon, Insight English

การลำดับความคิดสำหรับการตอบคำถามข้อที่ 2

ในบทความที่แล้วเรากล่าวถึงการวางแผนคำตอบก่อนเขียน แม้ว่าผมจะสามารถจูงใจนักเรียนชาวไทยให้ทำการวางแผนข้างต้นได้แล้ว พวกนักเรียนก็ยังบอกกับผมอยู่เสมอว่าส่วนที่ยากที่สุดคือการลำดับความคิดในข้อที่ 2

แน่นอนว่าคุณไม่สามารถท่องจำคำตอบสำหรับเขียนตอบข้อ 2 ได้ และคุณไม่สามารถเดาได้ว่าคำถามในข้อ 2 คืออะไร วิธีเดียวที่จะลำดับความคิดได้คือต้องทำ ณ เวลานั้น

สิ่งสำคัญอันดับแรกสุดคือ เรามีกี่ไอเดีย ในเมื่อคุณควรจะเขียนได้ 2-3 ย่อหน้าในการสอบเขียน IELTS ในข้อ 2 จากนั้นคุณจะมีเพียง 2-3 ไอเดียหลักๆที่คุณจะใช้มันสนับสนุนด้วยรายละเอียดอื่นๆ เช่น การอธิบายความและการยกตัวอย่าง แต่ทว่าเราจะได้ 2-3 ไอเดียและรายละเอียดมาสนับสนุนอย่างไรขึ้นอยู่กับคำถามล้วนๆ ดังนั้นเราต้องดูความแตกต่างของแต่ละคำถามในข้อ 2 เสียก่อน

ข้อสอบในข้อที่ 2 มีชนิดคำถามอยู่ 4 ชนิด คือ ความเห็น การโต้แย้ง ปัญหาและทางแก้ และคำถามทวิ

Opinion Essay

สำหรับ Opinion Essay คุณต้องเขียนเกี่ยวกับความเห็นของคุณที่มีต่อหัวข้อที่ให้มา Essay นี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 2-3 หัวข้อย่อย แต่ละหัวข้อให้แยกเป็นแต่ละย่อหน้า

Discussion Essay

Discussion Essay ต้องแสดงข้อโต้แย้งทั้งสองด้านในหัวข้อที่ให้มา คุณอาจจะอุทิศ 1 ย่อหน้าให้กับความเห็นของแต่ละด้าน หรือ 2 ย่อหน้าสำหรับความเห็นด้านหนึ่งและ อีก 1 ย่อหน้าให้กับความเห็นอีกด้านหนึ่ง

Problem and Solution Essay

สำหรับเรียงความแบบเสนอวิธีแก้ปัญหา วิธีที่ง่ายที่สุดในการเขียนเรียงความประเภทนี้คืออธิบายปัญหา 1 ย่อหน้า และอธิบายวิธีการแก้ปัญหาอีก 1 ย่อหน้า หรือในบางครั้งคุณอาจจะอุทิศ 2 ย่อหน้าอธิบายวิธีแก้ปัญหาก็ได้ครับ

อีกหนึ่งวิธีคืออธิบายผลที่เกิดขึ้นจากปัญหานั้นและทางแก้ในย่อหน้าเดียวกัน และอธิบายอีก 1 ปัญหาและทางแก้ในอีกย่อหน้าหนึ่ง

2-Part Question Essay

วิธีที่ง่ายที่สุดในการตอบคำถามประเภทนั้นคือ ให้แบ่งเรียงความเป็น 2 ย่อหน้า ย่อหน้าแรกตอบคำถามในส่วนแรก และย่อหน้าที่ 2 ตอบคำถามในส่วนที่ 2

The T Bar

ในการเขียนคำตอบในข้อที่ 2 ของการสอบทักษะการเขียน คุณสามารถแบ่งการระดมความคิดออกเป็น 2 ส่วน (ปัญหา / ทางแก้ปัญหา, เห็นด้วย / คัดค้าน, ฯลฯ) ดังนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดคือการจัดลำดับความคิดเราเป็นแบบ T Bar หลังจากที่คุณแบ่งคำถามออกเป็น 2 ส่วน ให้ใส่หัวเรื่องในแต่ละตาราง T Bar แล้วใช้เวลา 1-2 นาทีจดความคิดในแต่ละด้านลงตาราง T Bar นั้น อย่าเขียนประโยคเต็มและอย่ากังวลเรื่องไวยากรณ์ การสะกดคำ หรือ ความประณีต ให้เขียนแค่ความคิดคร่าวๆเป็นคำเท่าที่เรานึกออก

ตัวอย่างตาราง T Bar ด้านล่างนี้น่าจะเป็นเนื้อหาคำถามเกี่ยวกับ ปัญหาและวิธีการแก้ปัญหาการเพิ่มขึ้นของประชากรโลก

ปัญหา วิธีแก้ไขปัญหา
  • ประชากรล้น
  • อาหารไม่พอกิน
  • เชื้อเพลิงไม่เพียงพอ
  • น้ำสะอาดไม่พอดื่ม
  • ปัญหาที่อยู่อาศัย
  • ตัดไม้ทำลายป่า / ทำลายสิ่งแวดล้อม
  • ไม่มีงานทำ
  • ความอดอยาก
  • การตกปลามากเกินไป
  • การคุมกำเนิด
  • มีบุตร 1 คนต่อ 1 ครอบครัว
  • การศึกษาปัญหา
  • ให้ความรู้เกี่ยวกับการคุมกำเนิด
  • ให้ความรู้เกี่ยวกับประชากรล้นโลก
  • ทำให้การตัดไม้ทำลายป่าผิดกฏหมาย
  • ควบคุมการจับปลา
  • แจกยาคุมกำเนิด

แล้วเราจะมาดูการจัดระเบียบความคิดเหล่านี้ในบทความคราวต่อไปกันครับ

สำหรับผู้สนใจสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สเตรียมสอบ IELTS สามารถติดต่อสถาบัน Insight English ได้ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ 8.30 – 21.10 น. และเสาร์-อาทิตย์ 8.30-19.00 น. ได้ที่ชั้น 3 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์ ถ.สีลมค่ะ

Insight English
ชั้น 3 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์
313 ถ.สีลม บางรัก
กรุงเทพฯ 10500
Tel: +66 (0)2 638 3311-3
Fax: +66 (0)2 638 3314
Email: info@insightenglish.com

  • Print
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
Posted in ก่อนสมัครเรียน, ข้อมูลอื่นๆ, ช่วงตัดสินใจเลือกสถานที่เรียน | Tagged , , , , , , , , , , , , , , , | Leave a comment

INSIGHT IELTS TIPS: ทักษะการฟัง 2

โดย Paul Snowdon, Insight English.

Listening Module Overview

ในบทความนี้เราจะกล่าวถึง module ต่างๆในการสอบทักษะการฟังของ IELTS เพื่อที่คุณจะสามารถวางแผนจัดสรรเวลาตาม module เหล่านี้ กุญแจสำคัญที่ผู้เข้าสอบจำเป็นต้องรู้มีดังนี้

The Basics:

ทักษะการฟังเป็นทักษะแรกที่ต้องสอบซึ่งกินเวลาประมาณ 40 นาที การสอบแบ่งเป็น 4 ส่วน และมีทั้งหมด 40 คำถาม แต่ละส่วนมี 10 คำถาม

ข้อสอบทักษะการฟังถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โปรดจำไว้ว่าคุณจะได้ยินข้อสอบเพียง 1 ครั้งเท่านั้น จากที่เรากล่าวถึงในบทความที่แล้ว มันสำคัญมากที่คุณจะจัดสรรเวลาอย่างฉลาดเพื่อช่วยให้มีสมาธิในการทำข้อสอบได้มากขึ้น

Time

ข้อสอบทักษะการฟังใช้เวลาสอบประมาณ 40 นาที ตัวข้อสอบใช้เวลา 30 นาที และเวลาที่เหลือ 10 นาทีไว้สำหรับการลอกคำตอบที่จดไว้ลงกระดาษคำตอบ อย่าลืมที่จะลอกคำตอบที่โน้ตไว้ลงกระดาษคำตอบนะครับ

Parts of the Test

ในข้อสอบทักษะการฟังแต่ละส่วนมี 10 คำถาม

1. ส่วนแรกเป็นบทสนทนาทั่วๆไประหว่าง 2 คน โดยมากบุคคลหนึ่งจะเป็นคนถามอีกคนหนึ่ง

2. ในส่วนที่ 2 เป็นการพูดคนเดียว หมายถึงว่าจะมีแค่บุคคลที่หนึ่งบรรยายเกี่ยวกับหัวข้อทั่วไป ยกตัวอย่างเช่น การพรีเซนต์งาน รายการโทรทัศน์ หรือรายการวิทยุ

3. ในส่วนที่ 3 เป็นบทสนทนากลุ่ม ระหว่าง 2-4 คน เกี่ยวกับหัวข้อวิชาการ เช่น ตารางเรียน หรือการบ้าน

4. ส่วนที่ 4 เป็นการพูดคนเดียวคราวนี้จะเป็นหัวข้อวิชาการในรูปแบบของการบรรยายในชั้นเรียนหรือการพรีเซนต์งานแบบทางการ เช่น การขายงานลูกค้า

ประเภทคำถาม

คำถามมีหลากหลายประเภทแตกต่างกัน เช่น ให้เติมคำในตารางหรือรูปภาพ หรือให้แบ่งประเภทแผนภาพ เลือกคำตอบในรายการหรือเติมคำในข้อความหรือย่อความต่างๆ ในขณะที่คุณฟังข้อสอบ คุณสามารถจดโน้ตคำตอบลงในกระดาษคำถามได้ แต่โปรดจำไว้ว่าควรอ่านคำแนะนำในการทำข้อสอบให้ดีก่อนว่าข้อสอบมีการจำกัดจำนวนคำหรือเปล่า เช่น คุณจะต้องเขียนคำตอบไม่เกิน 3 คำ และในบางครั้งคำตอบอาจจะมีแค่ 1-2 คำเท่านั้น ในขั้นตอนสุดท้ายอย่าลืมที่จะลอกคำตอบที่จดไว้ในกระดาษคำถามลงในกระดาษคำตอบเป็นอันเสร็จสิ้นการทำข้อสอบทักษะการฟัง

สำหรับผู้สนใจสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สเตรียมสอบ IELTS สามารถติดต่อสถาบัน Insight English ได้ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ 8.30 – 21.10 น. และเสาร์-อาทิตย์ 8.30-19.00 น. ได้ที่ชั้น 3 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์ ถ.สีลมค่ะ

Insight English
ชั้น 3 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์
313 ถ.สีลม บางรัก
กรุงเทพฯ 10500
Tel: +66 (0)2 638 3311-3
Fax: +66 (0)2 638 3314
Email: info@insightenglish.com

  • Print
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
Posted in ก่อนสมัครเรียน, ข้อมูลอื่นๆ, ช่วงตัดสินใจเลือกสถานที่เรียน | Tagged , , , , , , , , , , , , , , , , , , | Leave a comment

อยากได้ทุน ทำอย่างไรดี?

เรื่องที่คุณควรรู้เกี่ยวกับทุนการศึกษา

ทำไมสถาบันและองค์กรต่างๆต้องมอบทุนการศึกษา?

เหตุผลสำคัญอย่างแรกคือ เหล่าสถาบันและองค์กรต่างๆนี้ต้องการดึงดูดผู้มีความสามารถ ผู้ซึ่งจะสามารถประสบความสำเร็จในอาชีพการงานหรือการศึกษา ผู้ซึ่งอาจจะไปทำงานหรือไปเรียนที่สถาบันอื่นๆ เข้ามาในสถาบันหรือองค์กรตนเอง

ทุนที่มอบให้ อาจจะเป็นทุนที่เฉพาะเจาะจงให้กับบางประเทศหรือบางสาขาวิชา สำหรับ Taught course หรือ Research degree ทุนส่วนใหญ่จะพิจารณาจากความรู้ความสามารถทางการเรียน แต่อาจจะมีบางทุนที่พิจารณาจากการต้องการความช่วยเหลือทางด้านการเงิน ในกลุ่มของทุนด้านงานวิจัย อาจจะดึงดูดผู้มีความสามารถที่จะมาช่วยงานวิจัยเฉพาะทางที่กำลังอยู่ในช่วงกำเนินการของทางสถาบันในขณะนั้น จำนวนทุนที่มอบให้อาจจะมีหรือไม่มีจำนวนจำกัด และมีมูลค่าที่แตกต่างกันไป

ทำอย่างไรถึงจะได้รับทุน

  • พิจารณาเกณฑ์การรับสมัครทุนว่าคุณผ่านเกณฑ์ต่างๆหรือไม่ มีเงื่อนไขอะไรบ้างในการรับทุนดังกล่าว
  • สมัครให้ตรงเวลา ทุนการศึกษาส่วนมากปิดรับสมัครค่อนข้างเร็ว ให้แน่ใจว่าคุณรู้ Deadline ในการสมัคร ถ้าหากมีขั้นตอนการสมัครเพิ่มเติม ให้แน่ใจว่าคุณรู้ถึงขั้นตอนทั้งหมด
  • รีบสมัครเรียนให้เร็วที่สุด ทุนการศึกษาจะมอบให้เฉพาะผู้ที่ได้รับเข้าเรียนในสถาบันนั้นๆแล้วเท่านั้น
  • ทำตัวให้น่าประทับใจ แสดงให้ผู้มอบทุนหรือสถาบันต่างๆเห็นว่าคุณรู้จักองค์กรเหล่านั้นเป็นอย่างดี แสดงความกระตือรือร้น เขียนบทความที่จะสร้างความประทับใจว่านี่คือบริษัท สถาบัน หรือคอร์สเรียนที่คุณต้องการจริงๆ
  • แต่จำไว้ว่า อย่าพูดถึงแต่ตัวเอง อธิบายด้วยว่าทุนนี้จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในเป้าหมายของคุณได้อย่างไร และคุณจะตอบแทนองค์กรหรือประเทศของคุณอย่างไร
  • สร้างความประทับใจเพิ่มขึ้น หากคุณมีโอกาส แนะนำตัวเองและพยายามสร้างความประทับใจให้บริษัท องค์กร หรือหัวหน้าภาควิจัยก่อนพวกเขาจะทำการตัดสินใจ

บทความนี้แปลมาจากบทความเรื่องทุนการศึกษาของ Birkbeck, University of London สำหรับรายละเอียดทุนการศึกษาที่มอบให้นักเรียนไทย เข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bbk.ac.uk/prospective/international/fees-money-and-scholarships/scholarships-and-loans

Birkbeck, University of London

เรียนกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ณ ใจกลางลอนดอน

Birkbeck ตั้งอยู่ใจกลางลอนดอน และเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม University of London ได้รับการจัดอันดับอยู่ใน  200 อันดับแรกของโลกโดย Times Higher Education World University Rankings 2012

สาขาวิชา

Birkbeck มีสาขาวิชาหลากหลาย ทั้งด้าน Arts, Business, Economics, Informatics, Law, Social Sciences, History, Philosophy และ Science

สาขาวิชาที่ได้รับความนิยมในหมู่คนไทยได้แก่ Business Innovation, Marketing, International Business, Finance, Applied Linguistics, TESOL และ Politics

โดดเด่น ไม่เหมือนใคร

Birkbeck มีเปิดสอนคอร์สเรียนตอนเย็น ซึ่งไม่มีใครเหมือนในมหาวิทยาลัยอื่นๆในอังกฤษ ซึ่งให้นักเรียนต่างชาติได้ร่วมเรียนกับผู้ที่ทำงานอยู่ในลอนดอนจริงๆ ซึ่งหลายๆคนมีประสบการณ์ในวิชานั้นๆ ช่วยให้นักเรียนคนอื่นได้เข้าถึงสังคมการทำงานอย่างแท้จริง

เกณฑ์การรับสมัคร

ระดับปริญญาโท: จบระดับปริญญาตรีด้วย GPA 2.8-3.0 ขึ้นไป

ระดับปริญญาเอก: จบระดับปริญญาตรีด้วย GPA มากกว่า 3.2 และมี Research proposal ที่มีคุณภาพ

สถานที่ตั้ง

ตั้งอยู่ใจกลางกรุงลอนดอน อยู่ใกล้กับแหล่งความรู้ต่างๆ เช่น British Library และ British Museum ใกล้กับแหล่งความบันเทิงต่างๆ เช่น แหล่งช็อปปิ้ง พิพิธภัณฑ์ และแกลอรี่ต่างๆ

รายละเอียดเพิ่มเติม

David Tupper จาก International Office ของ Birkbeck จะเข้ามาที่บริษัท Hands On ในวันพฤหัสที่ 25 เมษายน เวลา 14.00-17.00 และยินดีจะพูดคุยกับนักเรียนทุนคนที่สมัครเรียนไปแล้ว หรือกำลังตัดสินใจจะสมัครเรียนที่ Birkbeck ในปี 2013 หรือปีต่อๆไป

Web:        http://www.bbk.ac.uk/prospective/international/

หากท่านใดสนใจข้อมูลการสมัครเพิ่มเติม สามารถติดต่อ Hands On เพื่อให้คำแนะนำและช่วยเหลือคุณในการสมัคร หรือโทร 02-6355230 หรือ info@hands-on.co.th

  • Print
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
Posted in ข้อมูลประเทศอังกฤษ | Leave a comment

INSIGHT IELTS Tips: ทักษะการพูด

โดย Paul Snowdon, Insight English.

ทักษะการพูด part 1: 2 “don’ts” สำหรับ IELTS

ในขณะที่นักเรียนไทยเรียนภาษาอังกฤษมาไม่ต่ำกว่า 10 ปี แต่เมื่อถึงเวลาสอบ IELTS ข้อเท็จจริงที่พบเห็นนักเรียนไทยโดยมากจะเน้นการอ่านและฟังเป็นหลัก ทั้งยังเจียดเวลาในการฝึกฝนการพูดน้อยมาก ผลที่ตามมาจึงไม่น่าประหลาดใจว่าทำไมการสอบทักษะการพูดใน IELTS ถึงเป็นเรื่องที่ท้าทายมากๆสำหรับนักเรียนไทย ข้อควรระวังในการสอบการพูดมี 2 ข้อคือ

อย่ากังวลหากพูดผิด

เวลานักเรียนไทยเรียนภาษาอังกฤษมักเน้นความถูกต้องตามหลักมากกว่าความลื่นไหลมากเกินไป พูดอีกนัยหนึ่งคือนักเรียนไทยเรียนเพื่อพูดให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์แทนที่จะเรียนการพูดเพื่อการสื่อสาร การเรียนการสอนแบบเน้นไปที่ความถูกต้องมากกว่าความลื่นไหลในการสื่อสารเป็นลักษณะการเรียนที่ขัดกับธรรมชาติในการฝึกพูดภาษาแม่ของตน เมื่อเรายังเด็กเราฝึกพูดภาษาของเราเองด้วยการเลียนแบบหรือพูดตามมากกว่า

ในการสถานการณ์ทั่วไปไม่ว่าเราจะคุยเล่นกับเพื่อนหรือพรีเซนต์งานเราพูดผิดกันทุกคนอยู่แล้วไม่เว้นแม้แต่เจ้าของภาษาเอง ความผิดพลาดนี้เป็นเรื่องธรรมชาติมากและมักเกิดจากความคิดเราที่เปลี่ยนกระทันหันกลางประโยคหรือเกิดจากความประหม่าของผู้พูด

ในขณะที่คนไทยมักจะเขินอายหรือกลัวเสียหน้าที่พูดผิดเล็กๆน้อยๆ ความกลัวนี้กลับเป็นสิ่งที่คุณควรลืมไปเสียเมื่อสอบทักษะการพูดใน IELTS ขอให้จำไว้ว่าเกณฑ์การวัดผลเน้นที่ความคล่องตัวในภาษาพอๆกับความถูกต้องเช่นกัน

สิ่งสำคัญในการสอบทักษะการพูดคือการสื่อสารการแสดงความคิดของคุณ คุณไม่มีทางที่จะพูดภาษาอังกฤษได้ถูกต้องสมบูรณ์แบบยกเว้นแต่ว่าคุณเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่พูดแต่ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ดังนั้นโปรดอย่ากังวลว่าจะพูดผิดและขอให้คิดแค่ว่าพูดเพื่อสื่อสารความคิดเราให้ลื่นไหลก็เป็นพอ

อย่าแปลในหัว

ปัญหาอีกข้อหนึ่งที่นักเรียนมักเผชิญเมื่อสอบทักษะการพูดคือเราชอบแปล ในความเป็นจริงการแปลนี้เกิดกับคนทุกชาติทุกภาษาที่ยังไม่คุ้นเคยกับภาษาที่สองดีพอ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเราไม่ควรแปลอย่างยิ่ง

หากคุณพยายามจะแปลคำถามและคำตอบทั้งหมดภายในหัวของคุณ คุณจะประสบกับปัญหา 2 อย่างนี้คือ 1) คุณจะขาดความคล่องตัวลื่นไหลและจะตอบคำถามได้ช้า 2) คุณจะพูดผิด

การแปลคำถามและคำตอบภายในหัวคุณกินเวลาโดยไม่จำเป็นแถมคุณไม่มีเวลาพอสำหรับเรื่องนี้ด้วย โปรดจำไว้ว่าความคล่องแคล่วลื่นไหลคือปัจจัยหลักในการทำคะแนนสอบ

ปัจจัยหลักในการทำคะแนนอีกข้อคือความถูกต้อง หากคุณเริ่มแปลในหัวคุณจะเสียคะแนนตรงนี้ คนมักจะคิดว่าการแปลในหัวจะเพิ่มโอกาสให้พวกเขาสามารถตอบคำถามได้ถูกต้องมากขึ้นซึ่งในความเป็นจริงสิ่งนี้กลับทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้มากกว่า ปัญหาคือภาษาทุกภาษามีโครงสร้างและกฏเกณฑ์ที่แตกต่างกัน หากคุณแปลตรงตัวจากภาษาหนึ่งไปอีกภาษาหนึ่งมันจะเกิดข้อผิดพลาดอย่างแน่นอน เช่น วางคำต่างๆในรูปประโยคผิดตำแหน่งหรือละเลยคีย์เวิร์ดไป

การแปลในหัวทำให้คุณสูญเสียทั้งความลื่นไหลและความถูกต้อง ดังนั้นให้พยายามเลี่ยงความคิดนี้ อย่าแปลในหัว มันอาจจะใช้เวลาในการฝึกฝนให้ไม่แปลสักหน่อย แต่ถ้าคุณกำลังจะสอบ IELTS นั้นก็แสดงว่าคุณก็มีทักษะภาษาอังกฤษอยู่ในระดับที่น่าพอใจอยู่แล้ว จงใช้ทักษะที่คุณมีอยู่ให้เต็มที่ จงทำความคุ้นเคยที่จะคิดเป็นภาษาอังกฤษมากกว่าคิดเป็นภาษาไทยก่อนแล้วค่อยเป็นอังกฤษ และคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในทักษะการพูดของคุณ

สำหรับผู้สนใจสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สเตรียมสอบ IELTS สามารถติดต่อสถาบัน Insight English ได้ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ 8.30 – 21.10 น. และเสาร์-อาทิตย์ 8.30-19.00 น. ได้ที่ชั้น 3 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์ ถ.สีลมค่ะ

Insight English
ชั้น 3 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์
313 ถ.สีลม บางรัก
กรุงเทพฯ 10500
Tel: +66 (0)2 638 3311-3
Fax: +66 (0)2 638 3314
Email: info@insightenglish.com

  • Print
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
Posted in ก่อนสมัครเรียน, ข้อมูลอื่นๆ, ช่วงตัดสินใจเลือกสถานที่เรียน | Tagged , , , , , , , , , , , , , , , | Leave a comment

INSIGHT IELTS Tips: ทักษะการอ่าน

โดย Paul Snowdon, Insight English.

ทักษะการอ่าน: การสแกน scan หาคำตอบ

เมื่อคุณอ่านเนื้อหาผ่านๆคุณสามารถเริ่มมองหาคำตอบได้ค่ะ ในบทความต่อจากนี้เราจะเน้นไปที่คำถามชนิดต่างๆกัน และทักษะในการตอบคำถามทุกรูปแบบในการตอบคำถามทุกรูปแบบในการสอบ IELTS Reading แต่ในบทความนี้เราจะมาดูกันที่การสแกนหาคำตอบกันก่อน

Scanning

การสแกนแตกต่างจากการอ่านเอาความที่เราเคยเขียนถึงไปก่อนหน้านี้ เมื่อคุณอ่านผ่านๆคุณจะมองข้ามเนื้อความทั้งหมดเพื่อให้ได้ภาพรวมคร่าวๆก่อนว่าเนื้อหากล่าวถึงเรื่องใด และเป็นการทำความรู้จักเนื้อหานั้นไปในตัว เมื่อคุณสแกนคุณกำลังมองหาคำหรือวลีเฉพาะในเนื้อหาอย่างรวดเร็ว

อันดับแรกสุดควรจำไว้ว่า คำตอบมักจะปรากฏอยู่ในกลุ่มเดียวกับกชุดคำถาม ยกตัวอย่างเช่น คำตอบสำหรับคำถามข้อ 1 อาจจะอยู่ในย่อหน้าแรก และคำตอบสำหรับคำถามข้อที่ 2 อาจจะอยู่ในย่อหน้าที่ 2 เป็นต้น

คำถามมักถูกรวมไว้ในกลุ่มเดียวกันประมาณ 4-6 คำถามที่เป็นประเภทเดียวกัน เพื่อให้ง่ายขึ้นให้เราโฟกัสในชุดคำถามในแต่ละครั้ง

ชุดคำถามมักจะครอบคลุมในเนื้อหาทั้งหมดหรือครอบคลุมเฉพาะส่วน ดังนั้นสิ่งแรกที่ควรทำคือกำหนดไปว่าจะหาคำตอบในส่วนใดของเนื้อหาเป็นการเริ่มต้นสแกนคำตอบก่อน

ก้าวแรกคือการอ่านคำถามและหาคำที่เป็นคีย์เวิร์ด (Keyword) ที่เราจะสแกนหาคำตอบ คีย์เวิร์ดสจะเป็นคำที่โดดเด่นขึ้นมาจากบทความหรือเป็นคำแปลกๆ คำเหล่านั้นอาจเป็น ชื่อ (บุคคล สถานที่ เอกสาร ฯลฯ), ตัวเลข (ปี วัน สัดส่วน) หรือคำที่เราไม่ค่อยได้ใช้ หรือคำที่เด่นมากๆ (ชื่อวิทยาศาสตร์ คำภาษาต่างประเทศ ฯลฯ) คำเหล่านี้อาจจะถูกเน้นโดยการทำให้ตัวอักษรเอียงหรือหนาขึ้น หรืออยู่ในเครื่องหมายคำพูด หรือในวงเล็บ อย่างไรก็ตามคำเหล่านี้จะมีลักษณะเด่นเสมอ

หลังจากที่คุณหาคีย์เวิร์ดเจอแล้วในแต่ละคำถาม คุณก็พร้อมจะเริ่มต้นสแกนโดยเริ่มที่คีย์เวิร์ดในคำถามแรกและมองกลับไปในเนื้อหาอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องอ่านจนกว่าคุณจะเจอคีย์เวิร์ด ขีดเส้นใต้คำนั้นไว้ ถ้าคำนั้นอยู่ใกล้ช่วงต้นของเนื้อหาดังนั้นคำตอบน่าจะกระจายไปตามส่วนต่างๆในย่อหน้านั้น ถ้าคำนั้นอยู่ในช่วงกลางหรือช่วงท้ายย่อหน้าคำตอบน่าจะอยู่ในส่วนย่อยของช่วงนั้น

ทำขั้นตอนนี้ซ้ำจนกว่าคุณจะหาคีย์เวิร์ดเจอทั้งหมด เพียงเท่านี้คุณก็พร้อมตอบคำถามแล้ว

เราจะมาดูเทคนิคเฉพาะในการตอบคำถามต่างๆกันในคราวต่อไป ระหว่างนี้เราลองฝึกการอ่านแบบ skimming และการสแกนคำตอบ แล้วคุณจะพบวิธีประสบความสำเร็จในการทำข้อสอบ reading รวมไปถึงยังนำไปใช้ในตอนเรียนต่อในมหาวิทยาลัยได้อีกด้วย

สำหรับผู้สนใจสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สเตรียมสอบ IELTS สามารถติดต่อสถาบัน Insight English ได้ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ 8.30 – 21.10 น. และเสาร์-อาทิตย์ 8.30-19.00 น. ได้ที่ชั้น 3 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์ ถ.สีลมค่ะ

Insight English
ชั้น 3 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์
313 ถ.สีลม บางรัก
กรุงเทพฯ 10500
Tel: +66 (0)2 638 3311-3
Fax: +66 (0)2 638 3314
Email: info@insightenglish.com

  • Print
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
Posted in ก่อนสมัครเรียน, ข้อมูลอื่นๆ, ช่วงตัดสินใจเลือกสถานที่เรียน | Tagged , , , , , , , , , , , , , , , , , | Leave a comment

Hands On Application Day

Application day คืองานที่ Hands On จัดขึ้นเป็นประจำในเดือนมีนาคมของทุกปี เป็น event สุดท้ายของที่ผู้สนใจสามารถเข้าพบเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของอังกฤษเพื่อสัมภาษณ์และพูดคุยสอบถามถึงโอกาสในการสมัครและตอบรับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยนั้นๆ ทั้งยังรวมไปถึงผู้สมัครที่กำลังรอคำตอบจากทางมหาวิทยาลัยสามารถเข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อติดตามผลใบสมัคร

Application Day ต่างจากงาน OCSC และ British Council อย่างไร

ความแตกต่างคืองาน Application Day เป็นการสัมภาษณ์พูดคุยแบบตัวต่อตัวคล้ายงาน Interview Day ลักษณะงานจะมีโต๊ะสัมภาษณ์จากมหาวิทยาลัยที่เข้่าร่วม นักเรียนจะเข้าพบเจ้าหน้าที่ได้คราวละ 1 คน และต้องทำการนัดเวลาล่วงหน้า ส่วนงาน OCSC และ British Council จะเป็นงานนิทรรศการที่มหาวิทยาลัยต่างๆจะมาตั้งบูธเพื่อแนะนำมหาวิทยาลัยและเปิดโอกาสให้ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลหลักสูตรต่างๆได้ ในงานนิทรรศการเปิดสำหรับทุกคนให้สอบถามได้ในเวลาเดียวกันโดยไม่ต้องมีการนัดหมายล่วงหน้า Application Day จะไม่เหมือน 2 งานนี้ งาน Application Day จะต้องทำการนัดหมายล่วงหน้า และผู้สนใจจะเข้าพบเจ้าหน้าที่แบบตัวต่อตัว โดยแต่ละคนจะมีเวลาสัมภาษณ์ประมาณ 15 นาที ต่อมหาวิทยาลัย 1 แห่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสามารถมีสมาธิรับฟังหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากคุณได้เต็มที่ Application Day เปิดกว้างสำหรับผู้สนใจหรือผู้สมัครทุกท่านและเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสมัครมหาวิทยาลัยนั้นๆเพื่อเพิ่มโอกาสให้ตนเอง จะต่างจากในงานนิทรรศการที่เจ้าหน้าที่จะพบปะพูดคุยกับคนจำนวนมากในเวลาเดียวกันซึ่งจะเป็นการตอบคำถามทั่วๆไปเกี่ยวกับหลักสูตรและมหาวิทยาลัยมากกว่า อาจจะไม่สามารถพูดคุยจริงจังในเรื่องการสัมภาษณ์หรือตอบรับได้ค่ะ

มาสัมภาษณ์ที่งาน Application Day แล้วจะได้คำตอบเลยหรือเปล่า?

ได้ค่ะ เจ้าหน้าที่บางท่านสามารถให้คำตอบกับคุณได้เลยว่ามหาวิทยาลัยจะรับเข้าหรือปฏิเสธ หรือเจ้าหน้าที่ท่านนั้นไม่สามารถให้คำตอบได้ ณ เวลานั้น เจ้าหน้าที่ท่านนั้นจะบันทึกว่าได้คุยกับผู้สมัคร และทำการประเมินคร่าวๆแล้วว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติอย่างไรบ้างซึ่งจะเป็นการ support ใบสมัครน้องๆอีกทางหนึ่ง

การ Walk in: หากไม่ได้จองเวลาไปสามารถ walk in ได้มั้ย?

ได้ค่ะ น้องๆที่สนใจสามารถ walk in เข้ามาในงานได้ ทาง Hands On ยินดีช่วยเหลือในเรื่องการจัดคิวรอสัมภาษณ์ให้กับน้องๆในกรณีที่ตารางสัมภาษณ์นั้นมีคิวที่ว่างลง แต่ทั้งนี้การ walk in ไม่สามารถรับประกันได้ว่า น้องๆจะได้คุยกับเจ้าหน้าที่ เนื่องมาจากทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับว่าตารางนั้นว่างหรือไม่ พูดให้ง่ายคือเราไปเสี่ยงลุ้นหน้างานค่ะ ทางที่ดีหากน้องๆมั่นใจแล้วว่าจะคุยกับที่ไหนขอแนะนำให้นัดเวลาล่วงหน้าดีกว่าเพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องรอลุ้น

ข้อดีของการร่วมงาน Application Day

  1. เป็นโค้งสุดท้ายของฤดูกาลสมัครเรียน และโอกาสที่จะได้เจอกับเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยชั้นนำจากอังกฤษ
  2. ผู้สมัครสามารถติดตามผลใบสมัครได้ หรือในกรณีที่ต้องการทราบผลเลย เจ้าหน้าที่บางท่านสามารถให้คำตอบได้เลยภายในวันนั้น เป็นการประหยัดเวลาลุ้น
  3. สำหรับผู้ที่ได้ offer แล้วยังอยู่ในขั้นการเลือกตอบรับหรืออยากถามเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม Application Day ก็ถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ท่านสามารถสอบถามได้ เช่น ทางเลือกสำหรับคนที่ติด condition เรื่องภาษาอังกฤษ และ Pre-sessional courses หรือ ทุนต่างๆ
  4. ถึงแม้เจ้าหน้าที่บางท่านไม่สามารถออก offer ให้ได้ หากแต่การมาสัมภาษณ์อาจจะช่วยเพิ่มคะแนน ผู้สมัครสามารถเพิ่มคะแนนให้ตัวเองได้ด้วยจากการสัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่ที่สัมภาษณ์สามารถ note ไว้ในใบสมัครและแนะนำไปกับทางภาควิชาได้

มหาวิทยาลัยที่จะมาในงาน Application Day

And many more…

งาน Application Day จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 27 มีนาคม 2556 นี้ ณ โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส ศูนย์การค้า MBK เวลา 12.00-20.00 น.

น้องๆที่สนใจโปรดติดตามข่าวสารงาน Application Day ได้จาก website ของ Hands On นะคะ

  • Print
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
Posted in ก่อนสมัครเรียน, ข้อมูลอื่นๆ, ข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับมหาวิทยาลัย UK, ช่วงตัดสินใจเลือกสถานที่เรียน | Tagged , , , , , , , , , , , , , , , , , | Leave a comment

INSIGHT IELTS TIPS: ทักษะการเขียน

โดย Paul Snowdon, Insight English.

ทักษะการเขียน: การจัดสรรเวลา

ปัญหาหลักของนักเรียนเวลาสอบทักษะการเขียนในข้อสอบ IELTS คือ ไม่สามารถทำข้อสอบได้ทันเวลา เขียนไม่ทัน หรือเขียนไม่จบ มีเวลาไม่พอในการเขียนตอบให้เสร็จสมบูรณ์

วิธีง่ายๆที่จะทำให้คุณมีเวลามากพอที่จะทำข้อสอบเสร็จทันเวลาคือ การวางแผนก่อนที่จะเขียนคำตอบ

เมื่อใดที่ผมแนะนำนักเรียนไทยให้วางแผนก่อนทุกครั้งก่อนทำข้อสอบเขียนโดยเฉพาะในข้อที่ 2 นักเรียนต่างมองผมราวกับว่าผมต้องการให้พวกเขาทำข้อสอบเขียนให้เสร็จภายในเวลา 45 นาทีแทนที่จะเป็น 1 ชั่วโมง

และนั่นแหละคือสิ่งที่ผมต้องการจะบอกพวกเขาให้ทำเช่นนั้น

หากคุณใช้เวลา 5 นาทีในการวางแผนสำหรับข้อ 1 และ 10 นาทีสำหรับข้อ 2 จะส่งผลให้ตอนที่ลงมือเขียนคำตอบจริงง่ายขึ้นมาก สาเหตุที่นักเรียนส่วนใหญ่ทำข้อสอบไม่ทันทั้ง 2 ข้อใน 1 ชั่วโมงนั่นเป็นเพราะพวกเขาพยายามที่จะคิดเกี่ยวกับคำตอบและพยายามที่จะเขียนคำตอบลงไปในเวลาเดียวกัน

ถ้าคุณแบ่งช่วงเวลาคิดคำตอบและการเขียนออกจากกันจะทำให้การทำข้อสอบง่ายขึ้น

หากยังไม่เชื่อคำแนะนำของผมลองพิจารณาแผนแบ่งเวลาด้านล่างนี้สำหรับการเขียนตอบในข้อที่ 2

วางแผน 10  นาที
เขียนตอบ 25  นาที
ตรวจสอบความเรียบร้อย 5  นาที

เมื่อผมเขียนตัวอย่างแผนนี้บนกระดานในห้องเรียน ปฏิกิริยาจากนักเรียนที่ผมได้รับคือ

“แต่คุณครูครับ/ค่ะ ผม/ดิฉันไม่สามารถทำข้อ 2 เสร็จภายใน 40 นาทีแล้วเราจะทำมันให้เสร็จภายใน 25 นาทีได้อย่างไร”

คำตอบของผมน่ะหรือ ผมตอบว่า

“ด้วยการวางแผนตอบคำถามเพียง 10 นาทีจะทำให้คุณรู้ว่าคุณจะตอบอะไร และอาจจะถึงขั้นมองเห็นลำดับขั้นตอนในการตอบคำถามเลยด้วยซ้ำ”

แถมคุณยังมีเวลาในการเขียนคำตอบอีก 25 นาที ในข้อ 2 นี้พวกคุณต้องเขียนกันกี่คำนะ?

“250 คำครับ/ค่ะ”

นั่นเท่ากับว่า 250 คำต่อ 25 นาทีหรือเท่ากับ 10 คำต่อ 1 นาที คงจะไม่มีใครที่วางแผนการเขียนไว้แล้วจะไม่สามารถเขียน 10 คำใน 1 นาทีไม่ได้

ดังนั้นผมจึงรวบรวมเอาวิธีวางแผนก่อนเขียนคำตอบไว้ดังนี้

ข้อที่ 1 (5 นาที)

สำหรับข้อ 1 คุณไม่จำเป็นต้องวางแผนมากมายอะไรเพียงแต่จดโน้ตต่างๆในภาพประกอบที่ให้มาให้ได้อันดับแรก วิเคราะห์ภาพนั้นๆให้ดีและถามตัวเองด้วยคำถามเหล่านี้

  1. คำถามข้อนี้ต้องการให้เราเปรียบเทียบความแตกต่าง ระบุปรากฏการณ์ หรืออธิบายขั้นตอนกระบวนการกันแน่
  2. มันมีคำกล่าวใดๆที่ฉันสามารถนำไปเขียนเป็นย่อหน้าแรกได้หรือเปล่า
  3. ในส่วนของคำตอบ ฉันจะแบ่งข้อมูลอย่างไรบ้าง ควรแบ่งเป็น 2 ย่อหน้าหลักๆ หรือไม่
  4. ฉันสามารถเขียนบทสรุปที่ชัดเจนจากข้อเท็จจริงที่มีอยู่ได้หรือไม่

ข้อที่ 2 (10 นาที)

การวางแผนการเขียนในข้อ 2 มีสิ่งสำคัญ 2-3 ข้อด้วยกันคือ

  1. อ่านคำถามให้ดีและลองพยายามหาความหมายจากเนื้อหาของคำศัพท์ที่คุณไม่รู้
  2. พิจารณาดูว่าข้อสอบข้อนี้เกี่ยวกับอะไร เช่น คุณต้องแสดงเหตุผลสนับสนุนความเห็นของคุณในหัวข้อนี้หรือต้องหาข้อโต้แย้งหรือไม่
  3. บันทึกแก่นสำคัญของความคิดของคุณ (main idea) ในหัวข้อนี้อย่างน้อยหนึ่งประเด็นในการสนับสนุนข้อโต้แย้งทั้ง 2 ด้าน
  4. บันทึกตัวอย่าง 1 หรือ 2 ตัวอย่างเพื่อสนับสนุนความคิดเห็นแต่ละด้าน
  5. จัดระเบียบความคิดของคุณให้เป็นย่อหน้า (paragraph)

ทั้งหมดนี้เป็นคำแนะนำเบื้องต้นในการวางแผนคำตอบของคุณในข้อสอบทักษะการเขียน เราจะเจาะเฉพาะในรายละเอียดในคราวถัดไป หากผมสามารถโน้มน้าวคุณให้เห็นว่าการวางแผนก่อนเขียนคำตอบนั้นเป็นความคิดที่ดีเลิศอย่างไรนั่นถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่จะประสบความสำเร็จในการสอบข้อเขียนแล้วครับ

สำหรับผู้สนใจสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สเตรียมสอบ IELTS สามารถติดต่อสถาบัน Insight English ได้ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ 8.30 – 21.10 น. และเสาร์-อาทิตย์ 8.30-19.00 น. ได้ที่ชั้น 3 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์ ถ.สีลมค่ะ

Insight English
ชั้น 3 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์
313 ถ.สีลม บางรัก
กรุงเทพฯ 10500
Tel: +66 (0)2 638 3311-3
Fax: +66 (0)2 638 3314
Email: info@insightenglish.com

  • Print
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
Posted in ก่อนสมัครเรียน, ข้อมูลอื่นๆ, ช่วงตัดสินใจเลือกสถานที่เรียน | Tagged , , , , , , , , , , , | Leave a comment

INSIGHT IELTS TIPS: ทักษะการฟัง

โดย Paul Snowdon, Insight English.

ทักษะการฟัง: การตระเตรียมเวลา

ในการสอบทักษะการฟัง คุณจะได้รับการแนะนำให้อ่านคำถามก่อนที่จะได้ฟังเทป การอ่านคำถามนับเป็นช่วงเวลาที่คุณควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

อ่านคำถามในส่วนที่คุณกำลังจะได้ฟังเทปและมองหาคีย์เวิร์ดหรือคำสำคัญที่จะช่วยคุณในการสอบ

Keywords หรือคำสำคัญ

คีย์เวิร์ดจะโดดเด่นและไม่ใช่คำศัพท์ทั่วๆไป อาจจะเป็นชื่อบุคคล สถานที่ ตัวเลข วันที่ เดือน การกระทำ หรือความคิดต่างๆ อย่างไรก็ตามคีย์เวิร์ดจะโดดเด่นอย่างเห็นได้ชัด คีย์เวิร์ดมีประโยชน์มากสำหรับใช้เป็นแนวทางไปสู่คำตอบของข้อสอบข้อนั้นๆ

Questions words คำแสดงคำถาม

คีย์เวิร์ดจะแนะแนวทางคุณไปสู่คำตอบที่ต้องการ ส่วนคำแสดงคำถามจะทำให้คุณสามารถโฟกัสในการฟังเทปได้มากขึ้นด้วยการบอกเป็นนัยว่าคุณควรจะตั้งใจฟังในส่วนไหน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคำถามคือ จำนวนเท่าไหร่ คุณจะคาดเดาได้ว่าคำตอบน่าจะเกี่ยวกับตัวเลข ในทางเดียวกันถ้าคำถามคือ “ที่ไหน” แปลว่าจะต้องฟังชื่อเกี่ยวกับสถานที่ หรือถ้าคำถามขึ้นต้นด้วย “สิ่งไหน / ข้อไหน” แปลว่าคุณจะต้องเลือกคำตอบใดคำตอบหนึ่งจากตัวเลือกที่มีให้ และถ้าคำถามคือ “ทำไม” แปลว่าคุณจะต้องให้เหตุผลเป็นคำตอบ คำแสดงคำถามอื่นๆที่น่าจะเป็นประโยชน์ในการหาคำตอบนอกจากที่กล่าวมาก็มี “เมื่อใด / กี่โมง” และ “ใคร”

เมื่อคุณวิเคราะห์ประโยคคำถามแต่ละประโยคเพื่อกำหนดคีย์เวิร์ด และคำแสดงคำถามแล้วคุณจะสามารถโฟกัสได้ว่าคุณควรจะฟังเนื้อหาในส่วนไหน

ลองคิดดูว่าคำตอบไหนที่คุณควรจะฟัง หรือลองคาดเดาคำตอบที่เป็นไปได้จากเนื้อหาที่ได้ฟัง

เมื่อเทปการฟังเริ่มต้นให้จำไว้ว่า คำถามและคำตอบมักจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นถ้าคุณได้ยิน คีย์เวิร์ดสำหรับตอบคำถามข้อที่ 3 แต่ยังไม่สามารถตอบข้อที่ 2 ได้ ให้เว้นคำตอบข้อที่ 2 ไว้ก่อน ให้ลองตอบข้อที่ 3 ก่อน และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับตอบข้อที่ 4 ต่อไป

สำหรับผู้สนใจสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สเตรียมสอบ IELTS สามารถติดต่อสถาบัน Insight English ได้ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ 8.30 – 21.10 น. และเสาร์-อาทิตย์ 8.30-19.00 น. ได้ที่ชั้น 3 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์ ถ.สีลมค่ะ

Insight English
ชั้น 3 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์
313 ถ.สีลม บางรัก
กรุงเทพฯ 10500
Tel: +66 (0)2 638 3311-3
Fax: +66 (0)2 638 3314
Email: info@insightenglish.com

  • Print
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
Posted in ก่อนสมัครเรียน, ข้อมูลอื่นๆ, ช่วงตัดสินใจเลือกสถานที่เรียน | Tagged , , , , , , , , , , , , | Leave a comment