ศึกษาต่อสหราชอาณาจักร: สถาบันที่มีชื่อเสียงในราคาที่ไม่แพงเกินไป
มีปัจจัยอยู่หลายอย่างในการเลือกมหาวิทยาลัยไม่ว่าจะเป็นสถานที่ตั้ง ชื่อเสียง หลักสูตรวิชา และค่าใช้จ่ายในการเล่าเรียน เหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกมหาวิทยาลัย ในบทความนี้เราจะพูดถึงชื่อเสียงและการจัดอันดับมหาวิทยาลัยเปรียบเทียบกับค่าเล่าเรียน โดยเราจะเทียบการศึกษาในสหราชอาณาจักรกับประเทศที่นักเรียนไทยส่วนใหญ่สนใจซึ่งก็คือสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย
ความมีชื่อเสียงและอันดับมหาวิทยาลัย
สิ่งหนึ่งที่เป็นข้อดีของระบบมหาวิทยาลัยอังกฤษคือเน้นเรื่องมาตรฐานและคุณภาพโดยรวม มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ในสหราชอาณาจักรเป็นมหาวิทยาลัยรัฐซึ่งมีรัฐบาลเป็นเจ้าของ มหาวิทยาลัยเอกชนมีอยู่เพียงแห่งเดียวซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแบบเต็มรูปแบบ รัฐบาลควบคุมมาตรฐานมหาวิทยาลัยทุกแห่งจากการตรวจสอบของสำนักงานประกันคุณภาพการศึกษา (QAA) เพื่อให้แน่ใจว่าทุกสถาบันมีมาตรฐานการศึกษาอยู่ในระดับสูง มหาวิทยาลัยที่เพิ่งเปิดใหม่จะได้รับอนุญาตให้เปิดก็ต่อเมื่อผ่านขั้นตอนการตรวจสอบอย่างเข้มงวดเพื่อให้แน่ใจว่ามีคุณภาพเท่ากับมหาวิทยาลัยอื่นๆ
นอกจากนี้หลักสูตรที่เปิดใหม่จะต้องผ่านการประเมินจากศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยอื่นก่อนได้รับการอนุมัติหลักสูตร และจะมีการประเมินอีกครั้งในทุกๆ 2-3 ปีเพื่อให้แน่ใจว่าคุณภาพของแต่ละหลักสูตรยังคงอยู่ในระดับสูง
ด้วยเหตุนี้ทำให้มหาวิทยาลัยสหราชอาณาจักรได้รับอัตราส่วนที่สูงมากในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำ 200 อันดับแรกทั่วโลกโดย Higher / QS survey มหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรติดอันดับถึง 130 สถาบันหรือประมาณ 25% ในขณะที่มหาวิทยาลัยของออสเตรเลียอยู่ที่ประมาณ 18% (จากมหาวิทยาลัย 48 แห่ง) และอเมริกาได้น้อยกว่า 1% (จากวิทยาลัย/มหาวิทยาลัยกว่า 5000 แห่ง)
Source: THE-QS Top 200 University Ranking
หลักสูตรปริญญาตรี 3 ปี / ปริญญาโท 1 ปี
นอกจากการรักษาคุณภาพการศึกษาระดับสูงไว้ได้ สหราชอาณาจักรยังได้ปฏิรูประบบการศึกษาในหลักสูตรปริญญาทำให้นักเรียนสามารถจบการศึกษาโดยใช้เวลาน้อยกว่าประเทศอื่นๆ
โดยปกติหลักสูตรปริญญาโทในสหราชอาณาจักรใช้เวลาเรียน 1 ปีซึงประหยัดเวลาไปได้ 6 เดือนถึง 1 ปีเพื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ นั่นหมายความว่าคุณสามารถทำงานก่อนผู้ที่เรียนจบมหาวิทยาลัยจากประเทศอื่นถึง 1 ปี มหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรบางแห่งมีหลักสูตร intensive เรียน 9 เดือน สอนวิชาเฉพาะด้าน / สาขาก่อนเข้าเรียนหลักสูตรปริญญาโท 1 ปี
สำหรับนักเรียนที่เรียนจบมัธยมปลายหลักสูตรนานาชาติ (เช่น A-levels หรือปริญญาตรีหลักสูตรนานาชาติ) เข้าเรียนต่อหลักสูตรปริญญาตรี 3 ปีช่วยประหยัดเวลาไปได้ 1 ปีเมื่อเทียบกับระบบการศึกษาในประเทศอื่น อย่างไรก็ตามนักเรียนไทยส่วนมากที่เรียนระบบการศึกษาไทยจะต้องเข้าเรียนหลักสูตรปูพื้นฐานเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การศึกษาระดับปริญญาในสหราชอาณาจักร
อัตราแลกเปลี่ยน
ใน 2-3 ปีที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่าขึ้นมากเมื่อเทียบกับปอนด์สเตอร์ลิง ซึ่งหมายความว่าเงินที่คุณมีอยู่ตอนนี้มีมูลค่ามากขึ้น
ในปี 2006 1 ปอนด์สเตอร์ลิงเท่ากับ 70 บาท แต่ตอนนี้ 1 ปอนด์สเตอร์ลิงมีค่าเท่ากับ 49 บาท หมายความว่าถ้าตอนนี้คุณไปศึกษาต่อในสหราชอาณาจักรเงินบาทที่คุณมีอยู่จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 30% ในขณะเดียวกันถ้าคุณไปศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกาเงินบาทจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเพียง 20% เท่านั้น
ขณะเดียวกันสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งขึ้นทำให้แลกเงินได้น้อยลงถึง 7% เมื่อเทียบกับปี 2006
ค่าใช้จ่ายทั้งหมด
เมื่อดูที่ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการเรียนในสหราชอาณาจักรเทียบกับประเทศอื่นๆ จะเห็นข้อได้เปรียบหลักๆ อยู่ 2 อย่างคือ ระยะเวลาในการเรียนและอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายปัจจัยที่คุณควรพิจารณาด้วยเช่นกัน
ในสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียนักเรียนจะต้องเป็นผู้ซื้อประกันสุขภาพเอง ในขณะที่นักเรียนในสหราชอาณาจักรที่เรียนหลักสูตรมากกว่า 6 เดือนจะได้รับการประกันสุขภาพฟรีจาก National Health Service
ห้องสมุดในมหาวิทยาลัยสหราชอาณาจักรหลายแห่งมี e-book และ e-journal มากมายจัดเตรียมไว้ให้ทำให้ไม่จำเป็นต้องซื้อตำราเรียนซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเรียนได้มาก
การศึกษาต่อต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษติดต่อสื่อสาร สหราชอาณาจักรนับได้ว่าเป็นประเทศที่มีทั้งคุณภาพสูงและค่าเล่าเรียนที่ไม่แพงนัก เมื่อปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับนักเรียนไทยส่วนใหญ่คือคุณภาพของการศึกษาและการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย เราจึงอยากให้คุณตระหนักว่าระบบการศึกษาที่เป็นที่นิยมในสหราชอาณาจักรนั้นถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด
ถูกใจบทความนี้ ช่วยกด ‘Like’ กันหน่อยนะคะ เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แต่งผลิตบทความดีๆ กันต่อไปค่ะ
This entry was posted in
ข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับมหาวิทยาลัย UK and tagged
affordable,
excellent reputation university,
study in the UK,
UK college,
UK colleges,
UK Education,
UK universities,
UK university,
มหาวิทยาลัยอังกฤษ,
เรียน สหราชอาณาจักร,
เรียนต่ออังกฤษ,
เรียนยุโรป,
เรียนอังกฤษ. Bookmark the
permalink.
ได้ความรู้มากเลยครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลน่าสนใจและเป็นประโยชน์นะครับ